America / China / Cultural difference / Japan / Lifestyle / Thailand

มองเมืองผ่านขนส่งมวลชน

องค์ประกอบอย่างหนึ่งของชีวิตคนเมืองที่เราคิดว่าน่าตื่นเต้นก็คือระบบขนส่งมวลชน โดยเฉพาะรถไฟใต้ดิน(หรือรถไฟฟ้าอย่างเมืองไทย) จริงอยู่การเดินทางแบบนี้อาจไม่ไฮโซเท่าการนั่งรถส่วนตัว แต่รถไฟใต้ดินทำให้เราเดินทางไปถึงที่หมายได้อย่างรวดเร็วทันใจ แถมรถไฟใต้ดินยังมีเอกลักษณ์ของมันเองอีกด้วย เช่น คงไม่มียามสถานีรถไฟใต้ดินที่ไหนที่จะทำหน้าที่แข็งขันเท่ากับยามBTSบ้านเราในการเป่านกหวีดห้ามคนรอรถไฟฟ้าข้ามเส้นเหลือง และก็คงไม่มีรถไฟใต้ดินไหนที่เวลาใช้บริการแล้วจะให้อารมณ์เหมือนอยู่ในมิวสิควีดีโอได้เท่ากับเวลานั่งรถไฟใต้ดินที่นิวยอร์ก  ยิ่งถ้าเป็นคนที่ชอบมองคนชมนกชมไม้ไปเรื่อยอย่างเราแล้ว การขึ้นรถไฟใต้ดินจัดเป็นโอกาสดีเยี่ยมให้เราได้มองอะไรๆเพลินๆมากมาย

นอกจากการขึ้นรถไฟใต้ดินจะเป็นความชอบส่วนตัวแล้ว ระบบรถไฟใต้ดินยังสื่อให้เห็นถึงการ(ไม่)วางผังเมืองและบ่งบอกเอกลักษณ์ของเมืองนั้นๆได้อย่างเรียบง่ายและชัดเจน สองระบบรถไฟใต้ดินที่ทั่วถึงมากที่สุดอยู่ที่นิวยอร์กกับโตเกียว เส้นทางเดินรถไฟใต้ดินที่นิวยอร์กเกือบทุกเส้นแล่นจากเหนือไปใต้เลื้อยไปตามรูปร่างของเกาะแมนฮัตตัน เอกลักษณ์เฉพาะของรถไฟใต้ดินที่นี่คือสถานีรถไฟใต้ดินไม่เชื่อมต่อกัน เวลาจะเลือกนั่งสายไหนจะต้องจำเส้นที่จะขึ้นและทิศที่จะไปให้ดี

แผนที่รถไฟใต้ดินนิวยอร์ก (ภาพขยาย)

ถึงแม้ว่านิวยอร์กจะมีระบบรถไฟใต้ดินที่ทั่วถึงทั้งเกาะและย่านใกล้เคียง อย่าง Queens, Brooklyn, และ Bronx แต่การเดินทางข้ามจากฝั่งตะวันตกไปตะวันออกบนเกาะแมนฮัตตันเองยังคงไม่ค่อยสะดวก นอกจากจะเลือกนั่งรถไฟใต้ดินข้ามตรงถนนใหญ่ๆ และนี่ก็คือสิ่งหนึ่งที่รถไฟใต้ดินที่โตเกียวทำได้ดีกว่านิวยอร์ก ระบบรถไฟใต้ดินของโตเกียวเกาะเกี่ยวเหมือนใยแมงมุมขนาดยักษ์ มีเส้นทางเดินรถไฟใต้ดินตัดผ่านจากทุกทิศ

ระบบรถไฟใต้ดินรัฐวิสาหกิจ JRของโตเกียว (ภาพขยาย)


โตเกียวก็มีรถไฟใต้ดินของเอกชน | JR + เอกชน = ใยแยงมุมรถไฟใต้ดินขนาดยักษ์ (ภาพขยาย)

เอกลักษณ์อีกอย่างของรถไฟใต้ดินที่โตเกียวคือรถไฟใต้ดินที่นี่เป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนญี่ปุ่น ชาวโตเกียวสามารถนั่งรถไฟใต้ดินของ Japan Railway (หรือที่เรียกว่า JR East ซึ่งเป็นบริษัทรถไฟรางที่ใหญ่ที่สุดของโลก ในอดีตอยู่ในภาครัฐวิสาหกิจและพึ่งจะแยกตัวออกมาไม่กี่ปีนี้) หรือจะเลือกนั่งหนึ่งในสิบสามรถไฟใต้ดินเอกชนก็ได้ เมื่อรวมสองระบบรถไฟใต้ดินเข้าด้วยกันแล้ว โตเกียวจึงกลายเป็นเมืองที่มีระบบรถไฟใต้ดินที่ทั่วถึงมากที่สุดในโลก

ที่น่าสนใจก็คือ สถานีรถไฟใต้ดินที่มีอยู่กลาดเกลื่อนในโตเกียวก่อให้เกิดเมืองใต้ดินที่สามารถอยู่ได้สบายๆขนานกับเมืองบนดิน มันแอบเป็นเรื่องตลกที่ในขณะที่ญี่ปุ่นเป็นผู้นำการผลิตและส่งออกรถยนต์ของโลก แต่คนโตเกียวเองส่วนมากกลับไม่มีรถยนต์ส่วนตัว แถมรัฐบาลยังให้ความสำคัญในการพัฒนาระบบรางรถไฟมากกว่าถนนตั้งแต่แรกเริ่มพัฒนาเมืองโตเกียวยุคใหม่

วอชิงตันดีซีมีระบบรถไฟใต้ดินดีเด่น ขึ้นง่าย เปลี่ยนป้ายง่าย (ภาพขยาย)

ถึงแม้ว่าระบบรถไฟใต้ดินที่วอชิงตันดีซีจะไม่ไฮโซเท่าที่นิวยอร์กหรือโตเกียว แต่รถไฟใต้ดินที่นี่ถือว่าใช้ง่ายและสะอาดที่สุดเท่าที่เราเคยใช้บริการมา จริงอยู่ ดีซีอาจจะมีเส้นทางเดินรถไฟใต้ดินไม่เยอะเท่าเมืองใหญ่เมืองอื่น แต่การวางเส้นสถานีกลับทำได้ดีเยี่ยม รถไฟใต้ดินแต่ละเส้นตัดผ่านกันถี่พอที่จะทำให้การเปลี่ยนสายเป็นไปโดยสะดวก แถมสถานีรถไฟใต้ดินที่ดีซียังให้ความรู้สึกคล้ายกับเวลาอยู่ในอุโมงค์อวกาศอีกด้วย ไซไฟซะขนาดนี้ใครจะไม่ชอบ

ระบบขนส่งมวลชนขนาดมินิของกรุงเทพฯ (ภาพขยาย)

ย้ายมาดูระบบรถไฟใต้ดินแถวบ้านเรากันบ้าง ด้วยสองสายรถไฟฟ้า หนึ่งสายใต้ดินบวกเรือด่วนเจ้าพระยา คนกรุงเทพฯยังต้องการเส้นทางเดินรถไฟใต้ดิน/ไฟฟ้าอีกหลายเส้นเพื่อเป็นทางเลือกใหม่แลกกับการต้องนั่งเหยียบเบรกจนขาชาทุกสี่แยกไฟแดง คนกรุงเทพฯมีความอดทนในการฝ่าฟันรถติดชนิดควรมอบโล่ห์ ในขณะที่เมืองใหญ่จำนวนมากทั่วโลกวางเส้นทางเดินรถไฟใต้ดินในช่วงวางผังเมือง แต่กรุงเทพฯไม่มีการวางผังเมืองเป็นกิจลักษณะ เส้นทางเดินรถไฟใต้ดินกับรถไฟฟ้าของบ้านเราจึงเกิดขึ้นในลักษณะอยู่ไปสร้างไป ที่น่าสนใจก็คือคนกรุงเทพฯจำเมืองจากสถานที่สำคัญๆ ผิดกับคนที่อยู่เมืองอื่นๆทั่วไปที่มักจะยึดทิศเป็นหลัก ถ้าจะให้นึกว่านนทบุรีอยู่ไหนแล้วศิริราชชิดลมบางกะปิอยู่ส่วนใดของกรุงเทพฯ คนเกิดกรุงเทพฯอย่างเราคงเป็นใบ้กิน

ถึงแม้ว่ากรุงโรมจะไม่ได้สร้างขึ้นภายในวันเดียวแต่รัฐบาลจีนแสดงให้เห็นแล้วว่าระบบรถไฟใต้ดินของปักกิ่งสามารถสร้างขึ้นภายใน24ชั่วโมง หรืออย่างน้อยคนอยู่ที่ปักกิ่งอย่างเราก็รู้สึกเหมือนอย่างนั้นจริงๆ ถ้าดูแผนที่รถไฟใต้ดินปักกิ่งจะเห็นความเปลี่ยนแปลงชนิดก้าวกระโดดของระบบจากปี 2002 ก่อนโอลิมปิก, ปี 2008 หลังโอลิมปิก, และปี 2015 ได้อย่างชัดเจน ที่น่าทึ่งไปกว่านั้นคือการที่รัฐบาลจีนสามารถสร้างเส้นทางเดินรถไฟใต้ดินสายใหม่ๆได้ทันตามแผนการที่วางไว้ ถ้าเป็นเมืองไทยก็คงเลื่อนแล้วเลื่อนอีก

6 bjsubway1

แผนที่รถไฟใต้ดินปักกิ่ง: 2002 ก่อนโอลิมปิก (ภาพขยาย)

7 bjsubway2_full2008 หลังโอลิมปิก (ภาพขยาย)

8 bjsubway3รถไฟใต้ดินของปักกิ่งปี 2015 ที่น่าตื่นเต้น (ภาพขยาย)

แต่การเร่งสร้างระบบรถไฟใต้ดินของจีนแบบหามรุ่งหามค่ำอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้การวางระบบค่อนข้างไม่มีประสิทธิภาพ เส้นรถไฟใต้ดินแต่ละเส้นควรจะตัดกันหลายๆจุดเพื่อให้ผู้โดยสารเปลี่ยนสายรถได้โดยง่าย แต่เส้นทางเดินรถของปักกิ่งกลับเป็นห่วงๆ ไม่ตัดกันอย่างที่ควรจะเป็น ผู้โดยสารจึงต้องเสียเวลาอย่างมากในการเปลี่ยนสายรถ

การต้องเปลี่ยนสายรถไฟใต้ดินที่ปักกิ่งเป็นเรื่องน่าเหนื่อยหน่าย

ตัวอย่างเช่น ถ้าต้องการจะเดินทางจากสถานีฉาวหยางเหมิ่นสาย2 (สีน้ำเงิน) ไปยังสถานีฮูเจียโหลวสายสิบ (สีฟ้า) ผู้โดยสารต้องเปลี่ยนจากสายสีน้ำเงินไปสายสีแดง ก่อนที่จะต้องไปเปลี่ยนเป็นสายสีฟ้า กว่าจะถึงที่หมายก็ปาไปเกินสี่สิบนาที ในขณะที่ถ้าขี่จักรยานเองประมาณสิบนาทีก็ถึงฮูเจียโหลวเหมือนกัน เราดูแผนที่รถไฟใต้ดินปักกิ่งที่ไรหัวใจหงุดหงิดทุกที (อ่านบทความเกี่ยวกับรถไฟใต้ดินปักกิ่งเพิ่มเติม)

แต่จะว่าไปแล้วก็ยังต้องขอบคุณที่รถไฟใต้ดินปักกิ่งทำให้เราได้สัมผัสกับเอกลักษณ์อย่างอื่นของเมือง ไม่ว่าจะเป็นการพลอดรักอย่างดูดดื่มหรือการบอกเลิกแบบโฉ่งฉ่างกันในรถไฟใต้ดิน ตลอดจนการต้องฟันฝ่ากับคลื่นมหาชน แล้วไว้จะมาเล่าต่อทีหลัง อย่าลืมแวะมาอ่านละกันนะ

One thought on “มองเมืองผ่านขนส่งมวลชน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s