China / Lifestyle

Live like a local, bike like a local | ขับขี่อย่างบ้าบิ่นที่ปักกิ่ง

Notice how I am also biking on the wrong side of the road.

Notice how I am also biking on the wrong side of the road.

A view of the Lama Temple, on my way to work

A view of the Lama Temple, on my way to work

Since I started biking to get around the city, my life in Beijing has become much more interesting, for better or for worse I’ll let you decide.

Beijing is a great city to bike. It is a massive city, and that is already an understatement. It takes about 4-5 minutes to walk a block here as opposed to a minute or two in Manhattan. When adding the poor air condition into the equation, one can say that Beijing is not an über-friendly city to navigate by foot. The city seems to be even larger than what it already is since the current public transportation system is not very well connected, compared to other world cities. When subway stops are far and few in between, public buses are usually jam-packed and stop at every heartbeat, taxis are way too expensive for me to become a frequent rider, this doesn’t leave me many options but to bike.

According to The Insider’s Guide to Beijing, biking is the fastest transportation method in the city* which I truly believe is the case. On top of that, biking allows me to explore Beijing at a pleasant pace. In fact, I fall in love with the city every time I start biking around town. I get to discover little pockets of the old city of Beijing, hop off and hang out with the local people whenever I want, while bypassing the crazy traffic jam and getting to work under fifteen minutes (seven minutes if I really push it). Apart from purchasing the bike (which was less than USD30), it is very economical and green. Plus, I get to do a bit of exercise and give myself a perfect excuse not to hit the gym.

But don’t let this romantic part of biking in Beijing fool you. Biking is also a deadly activity and one of the easiest ways to get yourself hurt. Beijing people who are generally friendly and helpful turn into crazy, aggressive drivers once they hit the road. The constant honking and swearing comprise the traffic soundtrack of the city. Traffic signs and lights don’t mean much here. In fact, there is only one rule that governs Beijing roads – you do whatever you want. You go whenever you want to go; you stop whenever you want to stop; you park wherever you want to park; you drive on whichever side of the street you want to drive.

And that’s how things get crazy. For example, there is a popular food street called the Ghost Street close to my apartment. Every evening, a good amount of people come to the street to dine. Diners will park their cars in front of the restaurants on the pedestrian lane. Pedestrians then will have to use the bicycle lane to walk. Bikers then will have to use the regular traffic lane to bike. Cars on the regular traffic lanes will honk at bikers. Bus drivers will go nuts because there are too many pedestrians and bikers and cars blocking the bus stop drop-off space. Diners who have finished their meals won’t be able to leave their parking spots because the road is now really congested. People who want to dine won’t be able to get in and park either. This goes on and on.

Often times, I don’t know whether to laugh or to get really angry at the situation. One time, a police car honked at me while I was crossing the street at a zebra crosswalk. Another time, a guy who was biking on the wrong side of the road yelled at me because I was blocking his way. Both times I just responded with my laugh. I find these situations too ridiculous to take it seriously.

I have learned very quickly that living in Beijing, I have to take everything with a grain of salt. I can’t be too uptight and expect things to go the way it’s supposed to. It won’t. I also realized that it is actually safer to ride my bike a little recklessly in Beijing as it is much more dangerous to obey the traffic sign when no one else does.

*in comparison to walking, running, driving, cabbing, subwaying, and bussing.

—-

ตั้งแต่เราได้เริ่มขี่จักรยานไปไหนมาไหน ชีวิตที่ปักกิ่งก็ดูมีอะไรๆขึ้นมาทีเดียว ที่ว่าชีวิตที่นี่น่าสนใจจะน่าสนใจไปในทางที่ดีขึ้นหรือแย่ลงอันนี้ต้องให้คนอ่านช่วยตัดสินใจเป็นเพื่อน

ปักกิ่งเป็นเมืองที่เหมาะสำหรับการขี่จักรยานอย่างมาก เพราะมันเป็นเมืองที่ใหญ่แบบจัมโบ้ ที่ New York Cityเดินหนึ่งบล็อกอาจจะใช้เวลาประมาณ 1-2 นาที แต่ที่ปักกิ่งจะเดินบล็อกหนึ่งใช้เวลาประมาณ 4-5 นาที แถมอากาศที่นี่ก็ไม่ค่อยดี มีมลพิษเยอะ เพราะฉะนั้นการเดินเท้าจึงไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดที่จะใช้เดินทางในปักกิ่ง นอกจากนี้แล้วระบบขนส่งมวลชลของเมืองก็ยังไม่ค่อยทั่วถึงเมื่อเทียบกับเมืองใหญ่ๆเมืองอื่นของโลก รถไฟใต้ดินยังมีสถานีหยุดจอดจำนวนจำกัดแถมยังไกลจากกันอยู่เยอะ, รถเมล์จีนก็อัดแน่นเป็นปลา กระป๋องและหยุดถี่ชนิดทุกลมหายใจ พอจะให้นั่ง taxi ตลอดเวลาก็คงทำให้เรากระเป๋าฉีกตาย ตัวเลือกสุดท้ายก็คือการขี่จักรยานไปไหนมาไหน นี่แหละดีที่สุดแล้ว

จากการสำรวจของหนังสือ The Insider’s Guide to Beijing การขี่จักรยานเป็นวิธีเดินทางที่เร็วที่สุด* และเราก็เชื่อว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ นอกจากนั้น การขี่จักรยานยังทำให้เราได้สัมผัสปักกิ่งในจังหวะที่กำลังพอเหมาะพอดีอีกด้วย เราหลงรักปักกิ่งทุกครั้งที่ได้ขี่จักรยาน เพราะมันพาเราไปพบที่ใหม่ๆที่น่าสนใจ ได้หยุดจอดเวลาที่อยากหยุดเพื่อคุยกับคนท้องถิ่น แต่ในขณะเดียวกัน การขี่จักรยานก็คล่องตัวมากพอที่ทำให้เราไม่ต้องเจอปัญหารถติดและสามารถใช้เวลาเพียง 15นาทีในการขี่จักรยานไปทำงาน (ถ้ารีบจริงๆ 7นาทีก็อยู่แล้ว) นอกเหนือจากการต้องซื้อจักรยาน (ซึ่งราคาก็ประมาณหนึ่งพันบาท) การขี่จักรยานยังฟรีและช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ที่ดีที่สุดอีกอย่างหนึ่งก็คือ เราได้ออกกำลังกายเวลาขี่จักรยาน อันนี้เป็นข้ออ้างอย่างดีที่ทำให้เราไม่ต้องไปฟิตเนสที่ไหน

แต่อย่าเพิ่งคิดว่าข้อดีทั้งหลายที่เราพูดถึงทำให้อะไรๆดีไปหมด การขี่จักรยานในปักกิ่งเป็นกิจกรรมที่อันตรายสุดๆ และเป็นหนึ่งในวิธีที่ง่ายที่สุดที่จะทำให้ประสบอุบัติเหตุได้ คนปักกิ่งที่โดยทั่วไปแล้วเป็นคนใจดีและชอบช่วยเหลือ จะกลายสภาพเป็นคนขับรถใจกล้าบ้าบิ่นทันทีที่ได้จับพวงมาลัย คนที่นี่บีบแตรรถตลอดเวลาชนิดที่ทำให้เกิดทำนองแตรประสานเสียงเป็นจิงเกิ้ลยืนพื้นบนท้องถนน สัญญานไฟและป้ายจราจรแทบจะไม่มีความหมายอะไรที่นี่ ทุกคนเคารพกฏอยู่ข้อเดียวคือ อยากทำอะไรทำ อยากไปก็ไป อยากหยุดก็หยุด อยากจอดก็จอด อยากขับเลนไหน ฝั่งไหนของถนน ก็ขับ เอาเลยเต็มที่

เพราะทุกคนคิดอย่างนี้ การจราจรที่ปักกิ่งถึงพิลึกพิลั่น ตัวอย่างเช่น แถวบ้านเรามีถนนที่มีร้านอาหารอยู่เยอะแยะ อารมณ์ประมาณเยาวราชบวกพระรามสี่ ทุกเย็นจะมีคนขับรถแวะมาทานข้าวกันอย่างคึกคัก คนมาทานข้าวก็จะจอดรถหน้าร้านอาหารบนฟุตบาธปิดทางคนเดิน คนเดินพอไม่มีที่จะเดินก็จะไปเดินบนเลนรถจักรยาน คนขี่จักรยานพอไม่มีที่จะขี่ก็จะไปขี่เลนรถใหญ่ รถพอไม่มีที่จะขับก็จะบีบแตรใส่พวกคนขี่จักรยาน รถเมล์ก็จะบีบแตรใส่ทุกคนเพราะว่าไม่สามารถหยุดจอดให้คนโดยสารขึ้นลงได้ คนที่ทานข้าวเสร็จจะขับรถออกจากร้านก็ออกไม่ได้ คนจะเข้าไปกินข้าวก็เข้าไปไม่ได้เหมือนกัน และนี่ก็เป็นวงจรน่าเวียนหัวที่ไม่มีที่สิ้นสุด

หลายๆครั้งเราไม่รู้ว่าเราควรหัวเราะหรือหัวเสียกับสถานการณ์แบบนี้ ครั้งนึง รถตำรวจบีบแตรใส่เราขณะที่เรากำลังข้ามถนนบนทางม้าลาย อีกครั้งหนึ่ง ลุงที่ขี่จักรยานผิดด้านของถนนดุเราเพราะเรา (ซึ่งขับมาถูกทาง) ไปบังทางแก ทั้งสองครั้งทำให้เราหัวเราะเกือบน้ำตาไหล เราคิดว่าสถานการณ์แบบนี้มันน่าเหลือเชื่อเกินกว่าที่จะไปคิดเป็นจริงเป็นจังกับมัน

เราได้เรียนรู้จากเวลาสั้นๆที่อยู่ที่ปักกิ่งว่า ควรใช้ชีวิตที่นี่อย่างใจเย็นและไม่จริงจังจนเกินไป เพราะเราไม่สามารถคาดหวังให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่มันควรจะเป็น คิดไปก็รังแต่จะทำให้หงุดหงิดไปเปล่าๆ และเราก็ได้เรียนรู้อีกอย่างว่า ถ้าจะขับจักรยานที่ปักกิ่งต้องขับแบบบ้าบิ่นไม่กลัวตายเล็กน้อย เพราะถ้าจะขับแบบเคารพกฏจราจรและเพื่อนร่วมถนนนั้น คนจีนที่นี่เค้าไม่คุ้น สุดท้ายแล้วจะเป็นอันตรายมากกว่าการขับแบบบ้าบิ่น

*เมื่อเทียบกับการเดินทางโดยเท้า วิ่ง ขับรถ นั่ง taxi นั่งรถไฟใต้ติน หรือนั่งรถโดยสาร

5 thoughts on “Live like a local, bike like a local | ขับขี่อย่างบ้าบิ่นที่ปักกิ่ง

  1. ในที่สุดก็เอาเงินที่ิอาม่าไปซื้อใช่มะ

  2. คือถ้าจะให้ปลอดภัยต้องตามน้ำไปเรื่อยว่างั้น
    ถนนร้านอาหารที่เล่าให้ฟัง ท่าทางจะวุ่นวายมากทีเดียว

  3. this makes me so nervous Napatra! please do not get run over! Or if you do, please say nihao to the nurses at Beijing Friendship Hospital. There is a KFC next door (just like Chinese Subway (the sandwich place not the public transport system), it’s way better than the American version)

  4. Pingback: #9 Survival of the fastest | ใครเร็วคนนั้นรอด « Napatra

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s